ค้นหา
ไทย
  • English
  • 正體中文
  • 简体中文
  • Deutsch
  • Español
  • Français
  • Magyar
  • 日本語
  • 한국어
  • Монгол хэл
  • Âu Lạc
  • български
  • Bahasa Melayu
  • فارسی
  • Português
  • Română
  • Bahasa Indonesia
  • ไทย
  • العربية
  • Čeština
  • ਪੰਜਾਬੀ
  • Русский
  • తెలుగు లిపి
  • हिन्दी
  • Polski
  • Italiano
  • Wikang Tagalog
  • Українська Мова
  • อื่น ๆ
  • English
  • 正體中文
  • 简体中文
  • Deutsch
  • Español
  • Français
  • Magyar
  • 日本語
  • 한국어
  • Монгол хэл
  • Âu Lạc
  • български
  • Bahasa Melayu
  • فارسی
  • Português
  • Română
  • Bahasa Indonesia
  • ไทย
  • العربية
  • Čeština
  • ਪੰਜਾਬੀ
  • Русский
  • తెలుగు లిపి
  • हिन्दी
  • Polski
  • Italiano
  • Wikang Tagalog
  • Українська Мова
  • อื่น ๆ
ชื่อ
การถอดเสียง
ต่อไป
 

สถานะปัจจุบันของดาวเคราะห์เรา ในแผนทางจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ ตอนที่ 4 จาก 4 ตอน

รายละเอียด
ดาวน์โหลด Docx
อ่านเพิ่มเติม
ฉันหวังว่าพวกคุณทุกคน จะได้สัมผัสประสบการณ์นั้นบ้าง (สวรรค์) อย่างน้อยก็บางครั้ง เพื่อจะได้รู้ว่า สวรรค์มีอยู่จริง อืม ฉันไม่อยากให้คุณไปนรก เพื่อจะได้รู้ว่านรกมีอยู่จริงหรอกนะ อ๋อ นั่นเป็นพระคุณของพระเจ้า หากใครก็ตามสามารถ มีประสบการณ์เฉียดตาย และได้ไปสวรรค์ หรือแม้กระทั่งไปนรก ภายใต้การคุ้มครองของพระเยซูคริสต์ คุณจะได้เห็นนรก คุณจะได้เห็นความทุกข์ทรมาน รอบตัวคุณ แต่คุณจะไม่ได้รับผลกระทบ

บาทหลวงชาวอเมริกัน วาเลรี คาร์เตอร์ แบ่งปันประสบการณ์นอก ร่างกายของเธอและน้องสาว ซึ่งนำพวกเขาไปสู่ สวรรค์และนรก โดยมี ทูตสวรรค์และพระเยซูเจ้า (มังสวิรัติ) ทรงนำทาง ในปี 1981 วาเลรีวัยหกขวบ และเฮเทอร์น้องสาววัยเก้าขวบ ของเธอไปนอนค้างคืน ที่อพาร์ตเมนต์ของพวกเขาในบริเวณ เบย์แอเรีย [สหรัฐอเมริกา] เด็กสาวทั้งสองคนถูก ลงโทษฐานก่อความวุ่นวาย ในโบสถ์เมื่อวันอาทิตย์นั้น พวกเขารู้สึกสำนึกผิด และเข้านอน ด้วยใจที่หนักอึ้ง คืนนั้น วาเลรีรู้สึกว่า มีคนแตะหน้าอกของเธอ และ เห็นวิญญาณของเธอลอยขึ้น มาจากร่างกาย และสังเกต ดูร่างกายของเธอเบื้องล่าง เธอสังเกตเห็นว่าเฮเทอร์ลุกขึ้นเช่นกัน แสงสว่างจ้าสาดส่องลงมา และมีทูตสวรรค์ขนาดใหญ่ สูงแปดฟุตร่วมเดินทางไป กับพวกเขาขณะที่พวกเขา ขึ้นสู่สวรรค์อย่างช้า ๆ เหมือนกับบันไดเลื่อน

พวกเขามาถึงประตูสวรรค์ซึ่ง เป็นประตูใหญ่เปิดเข้าด้านใน ประดับด้วยไข่มุกซึ่งมี ทูตสวรรค์สูงใหญ่สององค์พร้อม ดาบเพลิงลอยอยู่เฝ้าอยู่ เทวดาพาเด็กสาวทั้งสอง ไปตามถนนสีทองโปร่งใส สู่แหล่งน้ำพุแห่งชีวิตสีขาว ซึ่งมีชาวปลาคาร์ป ว่ายน้ำและไหล ลงสู่แม่น้ำแห่งชีวิต ทูตสวรรค์สั่งให้ พวกเขารอพระเยซูเจ้า ในขณะที่กำลังให้อาหารชาวปลา วาเลรีรู้สึกถึงความสุข ความสงบ และความปลอดภัยอย่างล้นหลาม พระเยซูเจ้าทรงปรากฏ และ วาเลรีกับเฮเทอร์ก็ กอดพระองค์ด้วยความตื่นเต้น พวกเขาถูกพาไปยังห้อง บัลลังก์ของพระเจ้า ซึ่งองค์พระเยซูเจ้า ประทับอย่างผ่อนคลายบน บัลลังก์สีขาว โดย พระบาทขวาของพระองค์ไขว้ ทับพระบาทซ้าย และ มีสีรุ้งเป็นพื้นหลัง เหล่าทูตสวรรค์ร้องเพลง "เอลชัดได" และวาเลรีก็ร้องไห้ที่ พระบาทของพระเยซูเจ้าด้วยความ ตื้นตันใจ พร้อมทั้งลูบรอยแผลเป็น จากการตรึงกางเขนที่พระบาทของ พระองค์และเช็ดด้วยผมของเธอ เธอได้ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า รวมถึงเพลงที่แม่ของเธอแต่งด้วย พระเยซูเจ้าทรงยกเธอขึ้น ชนเข่าซ้ายของท่าน เธอแนบหูขวาของเธอไว้ ที่หน้าอกของท่านและได้ยิน เสียงเต้นของหัวใจท่าน

“บูม บูม” และจังหวะการเต้นของ หัวใจฉันกับหัวใจพระเจ้า ก็เริ่มเต้นพร้อมกัน และในขณะนั้น ฉันเข้าใจถึงความรัก อันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงมีต่อ มนุษยชาติ และเหตุใดพระองค์จึง ทรงเสียสละ และพระองค์จะทรง ทำสิ่งนี้อีกครั้ง หากจำเป็น [...] ราวกับว่าเราเป็นหนึ่งเดียว

จากนั้น วาเลรีก็เดิน จับมือพระเยซูเจ้าผ่าน สวรรค์อันอุดมสมบูรณ์ซึ่ง คล้ายกับหุบเขาเฮย์เดนใน อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน เต็มไปด้วยสีเขียวสดใส ดอกไม้ สีม่วงและสีชมพู ผีเสื้อ (ชาว)ผึ้ง (ชาว)สิงโต (ชาว)นกอินทรี และบางทีอาจมียูนิคอร์น หรือสัตว์คล้ายเพกาซัสด้วย ฉากเปลี่ยนไปเมื่อ วาเลรีและเฮเทอร์ ขี่(ชาว) ม้าขาวสง่างาม ร่วมกับพระเยซูบิน เหนือทิวทัศน์อัน งดงามของสวรรค์ จากนั้นพวกเขาก็เข้าไป ในห้องที่ไม่มีผนัง ภายในมีหนังสือแห่งชีวิต ขนาดใหญ่ที่ปิดทอง และมีข้อความเขียนจาก ขวาไปซ้ายเป็นภาษาโบราณ แม้ว่าวาเลรีจะมีภาวะดิสเล็กเซีย และอ่านหนังสือได้จำกัดในชั้น ประถมศึกษาปีที่หนึ่ง แต่เธอก็จำ ชื่อของเธอและคนอื่น ๆ ได้ และ เฉลิมฉลองการมีอยู่ของชื่อนั้น พระเยซูเจ้าทรงอธิบายว่าชื่อต่าง ๆ อาจถูกลบออกได้เนื่องจาก การกบฏหรือการปฏิเสธพระองค์ โดยแสดงให้เห็นโดยการลบชื่อ หนึ่งชื่อออก ซึ่งวาเลรียอม รับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ประสบการณ์นั้นมืดมนลง เมื่อพวกเขาลงสู่ขุมนรก อย่างช้า ๆ โดยมีโดม ป้องกันที่ซ่อนการปรากฏตัว ของพระเยซูคริสต์ไว้ นรกนั้นมืดมิด เต็มไปด้วยกลิ่นกำมะถัน ความเน่าเปื่อย และ กลิ่นกายที่ไม่ได้ล้าง วาเลรีได้ยินเสียง "ร้องไห้และขบฟัน" เสียงแห่งความเสียใจ ที่ทรมานและความคิด "ถ้า-จะเป็นอย่างไร" ไม่รู้จบที่ขาดการสำนึกผิด เธอเห็นภาพแทนของอาดัมและเอวา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ของการที่มนุษยชาติ เลือกที่จะปฏิเสธพระเจ้า เธอรู้สึกเศร้าโศกแต่ไม่มีความกลัว ปลอดภัยในที่ประทับ ของพระเจ้าเยซูคริสต์ เข้าใจว่าผู้คนเลือกลงนรก โดยการปฏิเสธพระคริสต์

ฯลฯ…

มิฉะนั้น หากเพียงแค่วิญญาณธรรมดาไปที่นั่น คุณก็จะถูกดูดเข้าไป ในนรกเหล่านั้นขุมใดขุมหนึ่ง และขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของ นรกนั้น คุณก็จะได้รับ ความทุกข์ทรมาน ไม่ว่านรกที่คุณอยู่ จะร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม นรกบางแห่ง หากคุณบังเอิญก้าวเข้าไป ในประตูของนรกนั้น คุณจะไม่มีวัน ไม่มีวัน ได้กลับออกมาอีกเลย โอ้ ในโลกนี้เต็มไปด้วยกับดัก และนรกนับไม่ถ้วน เพราะมนุษย์ดำรงอยู่มานาน และได้สร้างนรกมากมาย ด้วยความปรารถนาของพวกเขาเอง ด้วยการกระทำที่ไม่ดีของพวกเขาเอง ด้วยความไม่เชื่อในพระเจ้า และการปฏิเสธพระเจ้า การปฏิเสธพระบุตรของพระเจ้า พระเยซูคริสต์ เป็นต้น การปฏิเสธเหล่าพระพุทธเจ้า ที่สามารถช่วยเหลือพวกเขา และยกระดับสถานะทาง จิตวิญญาณของพวกเขาได้

ตอนนี้คุณคงเข้าใจแล้วว่าทำไมสิ่งมีชีวิต มากมายบนดาวเคราะห์ดวงต่าง ๆ จึง พยายามอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือพวกเรา เพราะพวกเขาได้รับการพัฒนาด้วย พระคุณของพระเจ้าไปสู่ระดับ จิตสำนึกที่สูงกว่า ดังนั้นพวกเขาจึงเข้าใจความทุกข์ ที่คุณกำลังเผชิญอยู่ พวกเขาเคยอยู่ที่นั่นมาก่อน ไม่มากก็น้อย ตอนนี้พวกเขาจึงเห็นว่าเรา เป็นเพียงส่วนเดียวของแผนการ ทางจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่นี้ ที่ยังคงหยุดนิ่งอยู่ในระดับ จิตสำนึกที่ต่ำกว่า ดังนั้นพวกเขาจึง พยายามช่วยเหลือเราอย่างหนัก

และพระเจ้าทรงพระเมตตายิ่งนัก ทรงส่งเหล่าครู ปรมาจารย์ นักบุญผู้รู้แจ้ง และปราชญ์ มาช่วยเหลือเรา ในทุกวิถีทางที่เป็นไปได้ แต่พวกเรา หมายถึงเผ่าพันธุ์มนุษย์ นั้นเต็มไปด้วยกรรม และพิษร้าย มาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากมาก สำหรับพวกเขาที่จะเข้าใจว่าอาจารย์ เพียงต้องการช่วยเหลือพวกเขา และรักพวกเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข และนี่เป็นโอกาสสุดท้าย ที่พวกเขาจะได้ก้าวแรก ไปบนเส้นทาง สู่การกลับบ้าน เพื่อให้พวกเขาได้ ก้าวแรกบน เส้นทางแห่งอิสรภาพ สู่บ้านที่แท้จริงของตน และได้มีความสุขและความเบิกบาน

แทนที่จะเลือกที่จะล้าหลัง ต่อไปอีกหลายยุคหลายสมัย และแม้กระทั่งในเวลานั้น หากพวกเขาได้พบกับ ปรมาจารย์ผู้รู้แจ้งที่แท้จริง ที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงสักท่าน ที่จะช่วยยกระดับพวกเขาและ นำพวกเขากลับสู่ บ้านที่แท้จริงของพวกเขา ที่ซึ่งพวกเขาจะมีสันติสุข ความสุข ความปีติ ความเพลิดเพลิน ปราศจาก ความกังวล มีความสุขตลอดไป มีความสุขในอ้อมพระหัตถ์ของพระเจ้า ในพระคุณของพระเจ้า จนคุณจะไม่รู้สึก อะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว และคุณจะไม่ต้องการกลับมา ยังโลกทางกายภาพที่ต่ำต้อย และหนักอึ้งนี้อีกเลย คุณไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลยด้วยซ้ำ คุณแค่เพลิดเพลินไปกับโลกใหม่ ที่อยู่ระหว่างทางกลับบ้าน

เราสามารถคุกเข่ากราบไหว้ พระเจ้า พระบิดา พระบิดา องค์เดียวของเรา มาปาของเรา ขอบคุณพระองค์ได้ตลอดไป ตลอดกาล ตลอดกาล เพราะนี่คือของขวัญ อันล้ำค่าที่สุด ที่คุณจะได้รับในการดำรงอยู่ของคุณ เราไม่สามารถขอบคุณพระเจ้าได้มากพอ เราไม่มีวันตอบแทนบุญคุณพระเจ้าได้มากพอ เราไม่สามารถสรรเสริญพระเจ้าได้มากพอเลย เราไม่มีทางรักพระเจ้าได้มากพอเลย มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รักเรา และเราก็แค่มีความสุข นั่นคือรากฐานของชีวิตใน สวรรค์ – คือการดำเนินชีวิต ตามความรักของพระเจ้า พระเมตตาของพระเจ้า พระคุณของ พระเจ้า และพระปัญญาของพระเจ้า ไม่มีสิ่งอื่นใดที่ เราจะนำมาเปรียบเทียบ หรือพูดถึงได้เลย แม้แต่นิทานที่ดีที่สุดที่คุณเคย อ่านมา - ก็ยังเทียบไม่ได้ มันเปรียบเสมือนฝุ่นละออง เมื่อเทียบกับสิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ หากคุณรู้จักพระเจ้า

ฉันหวังว่าทุกคนจะบรรลุ เป้าหมายนั้นใน ชีวิตกายภาพของตนเอง ก่อนที่จะสายเกินไป ที่คุณได้รู้จักพระเจ้า รักพระเจ้า สรรเสริญพระเจ้า และวางใจในพระเจ้า แล้วคุณจะรู้ว่าชีวิตบนโลกนี้ เป็นเพียงเสี้ยววินาที เมื่อเทียบ กับสิ่งที่คุณจะได้เพลิดเพลินไป ชั่วนิรันดร์ในอาณาจักรที่สูงส่งกว่า ส่วนตัวแล้ว ฉันเอง ขอบคุณพระเจ้าทุกวัน ทุกครั้งที่ฉันจำได้ ระหว่างมื้ออาหารของฉัน ระหว่างนอนหลับ ระหว่างทำสมาธิ ระหว่างทำงานหรือทุกช่วงเวลา ทุกวินาทีของวัน ที่จริงแล้ว ฉันไม่ได้หลับจริง ๆ

และอีกอย่าง ชาวสัตว์ เหตุผลที่พวกเขาสามารถบอกฉัน การทำนายเรื่องนั้นเรื่องนี้ หรือข่าวเพื่อปลอบโยนก็เพราะ พวกเขาสามารถได้รับมัน จากพระเจ้าเสมอ เพราะประตูของพวกเขา นั้นเปิดรับพระเจ้าเสมอ พวกเขาเพียงแค่ต้องใช้ชีวิต ตามที่พระเจ้า ทรงกำหนดไว้เท่านั้นเอง แต่พวกเขาบริสุทธิ์และเรียบง่ายมาก พระเจ้าจึงสามารถเข้าไปสถิต อยู่ในตัวพวกเขาได้เสมอ ไม่ว่าพวกเขาจะเล็ก หรือใหญ่เพียงใด และประทานข่าวสารหรือสิ่งใดก็ตาม ที่พวกเขาควรรู้ให้แก่พวกเขาได้ ในขณะที่ส่วนที่เหลือ เช่น มนุษยชาติทั้งหมด ไม่สามารถรู้ได้

แม้ว่าพระเจ้าประทานทุกสิ่งเท่าเทียมกัน รักทุกสิ่งอย่างเท่าเทียมกัน แต่มนุษย์นั้นยากที่สุด ที่จะเชื่อมโยงกับพระเจ้า ไม่ใช่ว่าพระเจ้าไม่ประสงค์เช่นนั้น เพียงแต่ว่ามนุษย์ไม่ต้องการมันเท่านั้นเอง มนุษย์เราแบกรับภาระมากมาย ทั้งงาน ความกังวลเรื่องอาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย หลังคาบ้าน และความก้าวหน้า ทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ อีกมากมาย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นั้นดีมาก ดีมากจริง ๆ มันทำให้ชีวิตของมนุษย์ สะดวกสบาย และง่ายขึ้น แต่สิ่งนี้มีผลข้างเคียง คือทำให้มนุษย์หรือ สิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่ เกี่ยวข้องกับมัน ตาบอดและหูหนวกต่อ พลังทางจิตวิญญาณที่แท้จริง และบ้านที่แท้จริงของตนเอง

เอาล่ะ ฉันคิดว่าฉันพูดมากพอแล้ว สำหรับวันนี้ หากมีความคืบหน้าใด ๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับสันติภาพ หรือประเด็นทางจิตวิญญาณ ฉันจะยินดีแจ้งให้คุณทราบ เท่าที่ฉันได้รับอนุญาตให้แจ้งได้ แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว ต้องบอกว่าฉันสามารถพูด ออกมาตรง ๆ และบอกเกือบทุกอย่างที่ พระเจ้าประทานให้ฉัน หรือทรงแจ้ง ให้ฉันทราบ หรือทรงอนุญาตให้ฉัน บอกเล่าให้โลกได้รับรู้ ในแง่หนึ่ง ฉันรู้สึกดีใจที่ สามารถเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับ จิตวิญญาณของตัวเองได้มากขึ้น ฉันขอบคุณพระเจ้า อย่างสุดซึ้งตลอดเวลา ฉันหวังว่าคุณจะขอบคุณพระเจ้าด้วย เช่นกัน แม้ว่าคุณจะมองไม่เห็นพระเจ้า หรือไม่รู้สึกถึงความรักของพระองค์ก็ตาม

ในพระคัมภีร์ไบเบิลกล่าวว่า "ผู้ใดไม่เห็นแต่เชื่อ ผู้นั้นก็เป็นผู้ที่ได้รับพร" และ "เว้นแต่เจ้าจะกลับใจเป็น เด็กอีกครั้ง เจ้าจะเข้าสู่ อาณาจักรของพระเจ้าไม่ได้" จงเป็นเหมือนเด็กในความคิด ในการกระทำ และในทุกสิ่งที่คุณ ปรารถนาจะทำ นั่นหมายความว่า จงบริสุทธิ์ไร้เดียงสาอย่างแท้จริง และวางใจในพระเจ้า แล้วคุณก็จะเชื่อมโยง กับพระเจ้า ไม่ว่าคุณ จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม แต่คุณจะรู้ได้ จากพระพรต่าง ๆ ที่ได้รับทุกวัน จากปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นกับคุณ จากการคุ้มครอง ที่คุณจะได้รับ ทุกครั้งที่คุณประสบปัญหา คุณต้องวางใจในความรักของพระเจ้า อย่างเต็มเปี่ยมถึงพันเปอร์เซ็นต์ โปรดตั้งเป้าหมายนี้ไว้ อย่างอื่นล้วนเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

และอีกอย่าง ฉันขอย้ำอีกครั้ง: ไม่ต้องห่วงฉัน ไม่ว่าฉันจะเผชิญกับอะไร ฉันต้องทำเพื่อคุณ และมันจะผ่านไป ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปเอง ฉันรักคุณมาก พระเจ้าประทาน ความรักมากมายให้แก่ฉัน เพื่อที่ฉัน จะได้แบ่งปันความรักนั้นให้แก่คุณ โปรดระลึกถึงพระเจ้า รักพระเจ้า สรรเสริญพระเจ้า และปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่คุณ อยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อคุณ แค่นั้น การใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ในดินแดนทางกายภาพนี้ เป็นเรื่องง่ายมาก หากต้องการอะไรมากกว่านี้ คุณต้องพยายามค้นหา ปรมาจารย์ผู้รู้แจ้งที่ยิ่งใหญ่ เพื่อชี้แนะ ช่วยเหลือ และแบ่งปันบุญกุศลของพวกท่าน เพื่อยกระดับคุณให้สูงขึ้น ไปเรื่อย ๆ บนเส้นทางสู่บ้าน ฉันรักคุณมาก พวกเราขอขอบคุณพระเจ้าอย่างสุดซึ้ง ตลอดไป ขอบคุณพระองค์ พระเจ้าของฉัน

Photo Caption: “เติบโตไปด้วยกัน เพื่อเป้าหมายอันสูงส่งเดียวกัน”

ดาวน์โหลดรูปภาพ   

รับชมเพิ่มเติม
ทุกตอน (4/4)
รับชมเพิ่มเติม
วีดีโอล่าสุด
ข่าวเด่น
2026-07-14
1 รับชม
การเดินทางผ่านดินแดนแห่งสุนทรียศาสตร์
2026-07-14
1 รับชม
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-07-14
1 รับชม
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-07-13
792 รับชม
35:51

ข่าวเด่น

238 รับชม
ข่าวเด่น
2026-07-12
238 รับชม
ซีรีส์หลายตอนเกี่ยวกับคำทำนายโบราณเกี่ยวกับดาวเคราะห์ของเรา
2026-07-12
903 รับชม
การเดินทางผ่านดินแดนแห่งสุนทรียศาสตร์
2026-07-12
661 รับชม
แบ่งปัน
แบ่งปันไปที่
ฝัง
เริ่มที่
ดาวน์โหลด
โทรศัพท์มือถือ
โทรศัพท์มือถือ
ไอโฟน
แอนดรอยด์
รับชมในบราวเซอร์ในโทรศัพท์มือถือ
GO
GO
แอพ
สแกนโค้ดคิวอาร์ เลือกระบบโทรศัพท์ที่ถูกต้อง เพื่อดาวโหลด
ไอโฟน
แอนดรอยด์
Prompt
OK
ดาวน์โหลด